วิธีให้ อาหารสายยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ !การป้องกันการติดเชื้อจากการให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องที่ต้อง "เป๊ะ" ทุกขั้นตอนครับ เพราะผู้ป่วยที่ใส่สายยางมักมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าปกติ เชื้อโรคที่ปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยในอาหารหรืออุปกรณ์อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้
แนวทางปฏิบัติเพื่อความสะอาดระดับมาตรฐานโรงพยาบาลที่สามารถทำเองได้ที่บ้านครับ
1. ความสะอาดของผู้ดูแล (Hand Hygiene)
ล้างมือ: ต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด 7 ขั้นตอน และเช็ดให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาดหรือทิชชู่ก่อนหยิบจับอุปกรณ์ทุกครั้ง
เล็บและเครื่องประดับ: ควรอัดเล็บให้สั้น และถอดนาฬิกาหรือแหวนออกขณะเตรียมอาหาร เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อโรค
2. การเตรียมอาหารที่ปลอดภัย (Safe Preparation)
สูตรอาหารปั่น (BD): * ต้องล้างวัตถุดิบ (ผัก, เนื้อสัตว์, ไข่) ให้สะอาดที่สุด
ปรุงให้ สุกทั่วถึง ห้ามมีส่วนที่ดิบ
ภาชนะที่ใช้ปั่นและกรองต้องผ่านการลวกน้ำร้อนก่อนใช้งาน
อาหารสำเร็จรูป: เช็ดทำความสะอาดฝากระป๋องหรือรอยต่อถุงอาหารก่อนเปิดทุกครั้ง
อุณหภูมิ: หากเตรียมไว้ล่วงหน้า ต้องรีบแช่เย็นทันที และเมื่อนำออกมาให้ผู้ป่วย ต้องใช้ให้หมดภายใน 2 ชั่วโมง หากเหลือให้ทิ้งทันที ห้ามเก็บไว้มื้อถัดไป
3. การดูแลอุปกรณ์ (Equipment Care)
ไซริงค์และกระบอกให้อาหาร: หลังใช้งานต้องล้างด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด สะบัดให้แห้ง และตากในที่ที่อากาศถ่ายเท (ควรเปลี่ยนไซริงค์ใหม่ทุก 1 สัปดาห์ หรือตามสภาพ)
การล้างสาย (Flush): ใช้น้ำต้มสุกที่สะอาดเท่านั้นในการล้างสายก่อนและหลังอาหาร เพื่อไม่ให้คราบอาหารบูดค้างอยู่ในสายยาง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดี
4. การดูแลผิวหนังรอบสายยาง (Skin Integrity)
สายจมูก (NG): เช็ดทำความสะอาดรูจมูกด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ (0.9% NSS) ทุกวัน
สายหน้าท้อง (PEG): * เช็ดทำความสะอาดรอบรูเจาะด้วยน้ำเกลือวันละ 1-2 ครั้ง
ห้ามโรยแป้ง หรือทาครีมรอบรูเจาะ เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้นและติดเชื้อราได้ง่าย
สังเกตสัญญาณติดเชื้อ: บวม, แดง, ร้อน, มีหนอง หรือมีกลิ่นเหม็น
💡 เคล็ดลับ
การใช้ "ผ้าก๊อซสะอาด" ปิดปลายสายยางหลังให้อาหารเสร็จ จะช่วยป้องกันแมลงหรือฝุ่นละอองที่อาจนำเชื้อโรคมาเกาะที่จุกปิดสายได้ครับ และอย่าลืมเปลี่ยนผ้าก๊อซทุกวันนะครับ