แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 20
1
ดอกบัวในโถแก้ว: วิธีทำดอกไม้แห้งง่ายๆ เก็บดอกไม้และความทรงจำให้ชัดเจน

4 วิธีทำดอกไม้แห้งง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน เพื่อให้เราได้นำดอกไม้ที่ได้รับมาในโอกาสพิเศษต่างๆ จะปล่อยให้ร่วงโรยจนต้องทิ้งไปในที่สุดก็น่าเสียดายมากๆจริงไหมคะ ขอแนะนำให้คุณใช้ 4 วิธีนี้ในการเก็บรักษาดอกไม้ ช่วยเก็บรักษาความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ในตอนที่ได้รับดอกไม้ได้อย่างดีเลยค่ะ

4 วิธีทำดอกไม้แห้ง

    ดอกไม้แห้งจากสเปรย์เซ็ตผม
    ดอกไม้แห้งจากการตากแบบคว่ำหัว
    ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้
    ดอกไม้แห้งจากสารดูดความชื้น

ดอกไม้แห้งจากสเปรย์เซ็ตผม

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการเก็บรักษาดอกไม้สดก็คือการใช้สเปรย์เซ็ตผมมาฉีดไปที่ดอกไม้นั่นเองค่ะ เป็นสิ่งของที่หลาย ๆ คนมีติดบ้านกันอยู่แล้ว และหาซื้อไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่นำสเปรย์เซ็ตผมที่มาฉีดลงบนดอกไม้ให้ทั่ว 2-3 รอบ ก็จะช่วยถนอมดอกไม้ของเราให้เก็บได้นานขึ้นแล้วค่ะ โดยจะต้องดูให้มั่นใจเลยนะคะว่าฉีดสเปยร์จนทั้วทุกซอกทุกมุมของดอกไม้แล้ว

ในการเลือกสเปรย์เซ็ตผมนั้น หากเป็นสเปรย์ที่ไม่ได้มีความมันวาวก็จะทำให้ดอกไม้ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่นะคะ แต่ใครที่ชอบความวาวล่ะก็ จะเลือกใช้สเปรย์เซ็ตผมที่ทำให้มีความมันวาวก็ได้เหมือนกันค่ะ แถมการใช้สเปรย์เซ็ตผมมาฉีด นี้ยังใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายร่วมกับวิธีการทำดอกไม้แห้งอีกสามวิธีที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ได้อีกด้วยนะคะ

ดอกไม้แห้งจากการตากแบบคว่ำหัว

วิธีการตากดอกแบบคว่ำหัวเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆในการตากแห้งดอกไม้ แต่วิธีนี้ จะใช้เวลานานสักหน่อยนะคะ วิธีการตากแห้งดอกไว้แบบคว่ำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เราถูกก้านของดอกไม้เข้าไม้ด้วยกันเป็นช่อเล็กๆ หรือจะเป็นดอกเดี่ยวๆ ก็ได้ แล้วนำมาผูกขึงให้ห้อยหัวลงไว้ แล้วนำไปตั้งตากในที่ที่มีแดดและอากาศถ่ายเทสะดวกแล้วรอจนดอกไม้แห้งก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ

วิธีนี้ช่วยให้คงความงามของรูปทรงดอกไม้ได้ดี ดอกไม้ที่เหมาะจะนำมาทำให้แห้งด้วยวิธีนี้คือดอกไม้ที่มีกลีบค่อนข้างหนา เพราะดอกไม้ที่มีกลีบบางเมื่อนำมาตากแบบนี้ กลีบอาจจะหลุดร่วง หรือไม่ก็เหี่ยวย่นไม่สวยงามค่ะ ระยะเวลาในการตากนั้นจะขึ้นอยู่กับความหนาและขนาดของดอกไม้ รวมถึงสภาพอากาศด้วยค่ะ  และเมื่อตากจนแห้งแล้ว นำสเปรย์เซ็ตผมมาฉีดทับเพื่อทำให้ดอกไม้แห้งมีความทนทานมากขึ้นได้อีกนะคะ

ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้

ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้เป็นการทำดอกไม้แห้งนั้นถือเป็นวิธีสุดคลาสสิคในการเก็บดอกไม้ให้เป็นดอกไม้แห้ง โดยจะใช้หนังสือหรือสมุดหนาๆในการทับนั่นเองค่ะดอกไม้ที่ได้จะไม่ได้คงรูปทรงของดอกไม้ แต่จะมีความแบนแทนนะคะ

วิธีทำก็ง่ายมากๆ หากจะทับดอกไม้ในหนังสือล่ะก็ แค่เลือกหนังสือที่มาความหนาและหนัก และมีกระดาษด้านๆ ไม่มันวาวก็พอค่ะ หากใครที่ไม่มีหนังสือล่ะก็ เพียงแค่นำดอกไม้มาวางเรียงบนกระดาษที่มาความด้าน แล้วนำกระดาษอีกใบมาวางกระกบ แล้วทับด้วยของที่มีน้ำหนักกระจายเท่ากันทั่วๆอย่างกล่องใส่ของหรือไม้กระดานก็ได้นะคะ

ดอกไม้แห้งจากสารดูดความชื้น

วิธีสุดท้ายในของการทำดอกไม้แห้งก็คือการนำดอกไม้สดมาเก็บหรือแช่กับสารดูดความชื้น หรือ ซิลิก้าเจล (Silica Gel) นั่นเองค่ะ ซึ่งการสูดความชื้นนี้เราสามารถหาได้ตามถุงขนมหรือของใช้ต่างๆนั่นเอง หรือจะหาซื้อตามร้านทำสวน หรือร้านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ก็ได้เช่นกันค่ะ แม้จะมีราคาสูงสักหน่อย แต่สามารถใช้ได้หลายครั้ง คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

วิธีทำก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เรานำซิลิก้าเจลมาใส่ในกล่องที่มาฝาปิดแล้วนำดอกไม้ที่เราอยากจะทำให้แห้งมาแช่ไว้ในกล่องนั้นให้โคนดอกไม้ หรือ ทั้งดอกไม้จมลงไปในซิลิก้าเจลเลยนะคะ เมื่อแช่ไว้จนดอกไม้แห้งแล้วก็ให้นำออกมาแล้วปัดซิลิก้าเจลออกให้หมดด้วยแปรงก็เป็นอันเสร็จ ส่วนระยะเวลาในการแช่ดอกไม้ในสารดูดความชื้นนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2-4 วัน หรือถ้าดอกไม้มีความหนาและขนาดใหญ่มากๆ ก็อาจจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ได้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากจะฉีดสเปรย์ทับลงไปสักหน่อยเพื่อให้ดอกไม้แห้งทนทานมากขึ้นก็ทำได้เลยค่ะ

หวังว่าเพื่อนๆจะชอบวิธีการทำดอกไม้แห้งที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้กันนะคะ แต่ละวิธีเราคัดเลือกมาแล้วว่าทำง่ายมากๆ แถมวัสดุอุปกรณ์ก็หาง่ายด้วยนะคะ ไม่ยุ่งยากเลยจริงๆ อย่าลืมนำวิธีพวกนี้ไปใช้ในการเก็บรักษาดอกไม้ที่ได้จากคนสำคัญกันนะคะ เพื่อให้ได้เก็บภาพความทรงจำและเวลาดีๆไว้ในดอกไม้แห้งนั่นเอง

2
Doctor At Home: โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrhythmia)

ปกติ หัวใจของคนเรา (ชีพจร) จะเต้นประมาณ 60-100 ครั้ง/นาที (ส่วนใหญ่ 72-80 ครั้ง/นาที) จังหวะสม่ำเสมอ และแรงเท่ากันทุกครั้ง

ภายหลังการออกกำลังกาย ตื่นเต้นตกใจ ดื่มชากาแฟ เครื่องดื่มเข้ากาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ กินยากระตุ้น (เช่น ยาแก้หืด ยาแก้หวัด หรือสูโดเอฟีดรีน แอมเฟตามีน ยาลดความอ้วน) หรือเป็นไข้ ชีพจรอาจเต้นเร็ว (> 100 ครั้ง/นาที) ได้ ซึ่งถือว่าเป็นภาวะปกติธรรมดา นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะช็อกก็มักมีชีพจรเต้นเร็วแต่เบา

ผู้ที่ออกกำลังสม่ำเสมอ ชีพจรอาจเต้นช้า (< 60 ครั้ง/นาที) ได้ แสดงว่าร่างกายอยู่ในภาวะแข็งแรง (ฟิต) เต็มที่

แต่ในผู้ที่มีความผิดปกติของหัวใจก็อาจมีชีพจรผิดปกติ เช่น เต้นช้าไป เร็วไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ หรือไม่เป็นจังหวะ จึงเรียกรวม ๆ ว่า โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจแสดงอาการได้หลายอย่างด้วยกัน

สาเหตุ

ถ้าหัวใจเต้นช้ากว่า 50 ครั้ง/นาที เรียกว่า หัวใจเต้นช้า (bradycardia) อาจพบเป็นปกติในนักกีฬาหรือคนที่ร่างกายฟิต อาจเกิดจากภาวะกระตุ้นประสาทเวกัส (vagus) ซึ่งทำให้ชีพจรเต้นช้า เช่น อาการเจ็บปวด หิวข้าว ร่างกายเหนื่อยล้า การกลืน อาการอาเจียนหรือท้องเดิน เป็นต้น อาจพบเป็นภาวะผิดปกติในผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรืออาจเกิดจากพิษของยา (เช่น ไดจอกซิน ยาปิดกั้นบีตา ยาอนุพันธ์ฝิ่น ยานอนหลับ ยาฆ่าแมลงออร์แกโนฟอสเฟต) พิษปลาปักเป้า พิษคางคก ภาวะตัวเย็นเกิน

ถ้าหัวใจเต้นเร็วกว่า 120 ครั้ง/นาที จังหวะอาจปกติหรืออาจไม่สม่ำเสมอและแรงไม่เท่ากัน* อาจพบในผู้ที่เป็นโรคหัวใจรูมาติก โรคหัวใจขาดเลือด ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน  พิษยาไดจอกซิน

ถ้าหัวใจเต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ (60-100 ครั้ง/นาที) แต่มีบางจังหวะที่เต้นรัว** หรือวูบหายไป*** ก็อาจพบเป็นปกติในคนบางคน แต่ก็อาจพบในคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจรูมาติก หรือเกิดจากบุหรี่ ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ ยากระตุ้น หรือเกิดจากพิษของยา (เช่น ไดจอกซิน)

*หัวใจเต้นเร็ว (tachycardia) มีภาวะที่พบบ่อย ได้แก่

- ภาวะหัวใจห้องบนเต้นแผ่วระรัว (atrial fibrillation/AF) มักมีชีพจรเต้น > 120 ครั้ง/นาที (อาจพบระหว่าง 80-180 ครั้ง/นาที) จังหวะไม่สม่ำเสมอ พบบ่อยในผู้ที่มีอายุมาก อาจมีสาเหตุจากโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจรูมาติก หัวใจอักเสบ (carditis) กล้ามเนื้อหัวใจพิการ (cardiomyopathy) หัวใจวาย ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน เนื้องอกต่อมหมวกไต-ฟีโอโครโมไซโตมา ภาวะพิษแอลกอฮอล์ (alcohol intoxication) สิ่งหลุดอุดตันหลอดเลือดแดงปอด (pulmonary embolism)

- ภาวะหัวใจห้องบนเต้นเร็วชนิดโรคกลับฉับพลัน (paroxysmal atrial tachycardia/PAT) ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ส่วนน้อยอาจเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด หรือพิษยาไดจอกซิน มักมีชีพจรเต้น 160-220 ครั้ง/นาที และเต้นสม่ำเสมอโดยเกิดขึ้นฉับพลัน และหายฉับพลัน นานครั้งละไม่กี่นาทีถึงหลายชั่วโมง มีอาการกำเริบเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาทำงานหนักหรือออกกำลังหักโหม ผู้ป่วยจะมีอาการใจสั่นอย่างมาก อ่อนเพลีย ศีรษะโหวง ๆ เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ส่วนใหญ่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และอาการหัวใจเต้นเร็วจะทุเลาไปได้เอง มักทำให้ผู้ป่วยและญาติตกใจและไม่สุขสบายขณะมีอาการ และอาจทำให้แพทย์เข้าใจผิดว่าเป็นโรควิตกกังวลเนื่องจากเมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์มักจะเป็นช่วงอาการสงบแล้ว ซึ่งจะตรวจไม่พบอาการผิดปกติใดๆ

**หัวใจห้องบนเต้นก่อนกำหนด(atrial premature contraction/APC หรือ premature atrial contraction/PAC)

ทำให้การเต้นของหัวใจบางจังหวะเร็วกว่าปกติ คลำได้ชีพจรเต้นรัวติดกัน 2 จังหวะ มักพบในผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงดี ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดง (นอกจากตรวจพบจากการคลำชีพจรหรือฟังเสียงหัวใจ) ยาหรือสารกระตุ้น เช่น กาเฟอีน บุหรี่ แอลกอฮอล์ ยาสูโดเอฟีดรีน ยาแก้หืด ยาลดความอ้วน อาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้น น้อยรายที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะความดันในปอดสูง (pulmonary hypertension) จากโรคทางปอดหรือหัวใจ

***หัวใจห้องล่างเต้นก่อนกำหนด (ventricular premature contraction/VPC หรือ premature ventricular contraction/PVC) ทำให้การเต้นของหัวใจ (ชีพจร) วูบหายหรือเว้นวรรคไปเป็นบางจังหวะ มักพบในผู้สูงอายุ อาจเกิดจากความเครียดทางร่างกายหรือจิตใจ ยาหรือสารกระตุ้น หรืออาจพบร่วมกับโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ภาวะหัวใจวาย หรือโรคลิ้นหัวใจพิการ ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการและไม่มีอันตรายร้ายแรง ยกเว้นถ้าพบร่วมกับโรคหัวใจ

อาการ

ในรายที่เป็นไม่รุนแรง มักไม่รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติแต่อย่างใด บางรายอาจเพียงรู้สึกใจเต้นรัวหรือใจวูบหายไปบางจังหวะ โดยไม่มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย และยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

ในรายที่ชีพจรเต้นช้ามาก อาจมีอาการอ่อนเพลีย สับสน เวียนศีรษะ เป็นลม

ในรายที่ชีพจรเต้นเร็วมาก อาจมีอาการอ่อนเพลีย ใจสั่น หอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก เวียนศีรษะ ศีรษะโหวง ๆ เป็นลม

นอกจากนี้ อาจมีอาการแสดงของโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น เจ็บหน้าอกในโรคหัวใจขาดเลือด มือสั่น เหงื่อออก น้ำหนักลด ในภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน


ภาวะแทรกซ้อน

มักไม่พบภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่แข็งแรงและไม่มีโรคหัวใจร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อนมักเกิดในผู้ป่วยที่มีชีพจรเต้นช้าหรือเร็วมากและต่อเนื่องนาน ๆ เช่น หัวใจวาย ความดันโลหิตตก เป็นลม

ในรายที่หัวใจเต้นช้ามาก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากทางเดินประจุไฟฟ้าหัวใจติดขัด (heart block) เช่น ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย ก็อาจขาดเลือดไปเลี้ยงสมองทำให้หมดสติและชักได้

ที่สำคัญในรายที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นแผ่วระรัว (ชีพจร 80-180 ครั้ง/นาที จังหวะไม่สม่ำเสมอและชีพจรแรงบ้างค่อยบ้าง) อาจเกิดลิ่มเลือดในหัวใจแล้วหลุดลอยไปอุดตันหลอดเลือดต่าง ๆ รวมทั้งหลอดเลือดสมอง ทำให้เป็นอัมพาตครึ่งซีกแทรกซ้อนได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากให้การรักษาภาวะนี้จนการเต้นของหัวใจกลับเป็นปกติ ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดตันหลอดเลือดสมอง (อ่านเพิ่มเติมที่ โรคหลอดเลือดสมอง สมองขาดเลือดชั่วขณะ อัมพาตครึ่งซีก) มากกว่าคนทั่วไป 5-8 เท่า

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ในรายที่เป็นไม่รุนแรง (มีสาเหตุจากหัวใจห้องบนหรือห้องล่างเต้นก่อนกำหนด) อัตราการเต้นของชีพจรมักจะอยู่ในเกณฑ์ปกติคือ 60-100 ครั้ง/นาที แต่จะพบว่ามีบางจังหวะที่เต้นรัวหรือวูบหาย อาจพบ 1-2 ครั้ง/นาที ถ้าเป็นมากก็อาจพบได้ถี่กว่านี้

ส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นช้า มักจะพบชีพจรเต้น < 50 ครั้ง/นาที ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นเร็วจะพบชีพจรเต้น > 120 ครั้ง/นาที จังหวะอาจเป็นปกติหรืออาจเต้นไม่สม่ำเสมอ ไม่เป็นจังหวะ ชีพจรแรงบ้างค่อยบ้าง ฟังเสียงหัวใจอาจพบเสียงดังไม่เท่ากันและไม่เป็นจังหวะ อาจพบความดันโลหิตต่ำ บางครั้งอาจตรวจพบอาการของโรคที่เป็นสาเหตุหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หัวใจมีเสียงฟู่ในโรคหัวใจรูมาติก เท้าบวม และฟังปอดมีเสียงกรอบแกรบในภาวะหัวใจวาย แขนขาอ่อนแรงซีกหนึ่งในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดสมองแทรกซ้อน เป็นต้น

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ ตรวจเลือด และตรวจพิเศษอื่น ๆ


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ในรายที่อัตราชีพจรอยู่ในเกณฑ์ปกติ (60-100 ครั้ง/นาที) เพียงแต่ตรวจพบว่าชีพจรเต้นรัวหรือวูบหายเป็นบางจังหวะ และผู้ป่วยรู้สึกสบายดี น่าจะเกิดจากภาวะหัวใจห้องบนหรือห้องล่างเต้นก่อนกำหนด ก็ไม่ต้องให้ยารักษา เพียงแต่แนะนำให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด หลีกเลี่ยงยาและสารกระตุ้น (งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ กาเฟอีน ยาแก้หืด ยาแก้หวัด ยาลดความอ้วน เป็นต้น)

แต่ถ้ามีอาการชีพจรเต้นรัวหรือวูบหายแบบถี่ ๆ นาทีละหลายครั้ง หรือชีพจรเต้นจังหวะไม่สม่ำเสมอและแรงไม่เท่ากันตลอด (อาจเป็นภาวะหัวใจห้องบนเต้นแผ่วระรัว โดยมีอัตราชีพจร < 100 ครั้ง/นาที ก็ได้) หรือมีอาการเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย หรือฟังหัวใจได้ยินเสียงฟู่ แพทย์ก็จะทำการตรวจหาสาเหตุ

สำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจห้องล่างเต้นก่อนกำหนด อาจพบว่ามีโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หรือลิ้นหัวใจพิการร่วมด้วย ถ้าตรวจพบ แพทย์ก็จะทำการรักษาโรคเหล่านี้ ในรายที่มีโรคลิ้นหัวใจพิการ (ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วและอาจทำให้เสียชีวิตฉับพลันได้) แพทย์จะให้ยาปิดกั้นบีตา เช่น โพรพราโนลอลกินควบคุมอาการ

2. ในรายที่ชีพจร < 50 ครั้ง/นาที หรือ > 120 ครั้ง/นาที หรือชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ และแรงไม่เท่ากันตลอด ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกมาก หายใจหอบเหนื่อย แขนขาอ่อนแรงข้างหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันเป็นลมหมดสติ หรือชัก แพทย์จะรีบแก้ไขภาวะแทรกซ้อนและให้การรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจรูมาติก พิษจากยา (เช่น ไดจอกซิน) พร้อมทั้งให้การรักษาเพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจให้กลับเป็นปกติ ดังนี้

    ในรายที่มีภาวะหัวใจเต้นช้า แพทย์อาจให้ยากระตุ้น ได้แก่ อะโทรพีน ถ้าไม่ได้ผลหรือเป็นรุนแรง อาจจำเป็นต้องผ่าตัดใส่ตัวคุมจังหวะหัวใจ (cardiac pacemaker) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตประจุไฟฟ้ากระตุ้นการเต้นของหัวใจ
    ในรายที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นแผ่วระรัว จะต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล ถ้ามีภาวะฉุกเฉินรุนแรงก็รีบให้การแก้ไข และพิจารณาให้การรักษาเพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจให้กลับเป็นปกติ (cardioversion) โดยการใช้เครื่องช็อกหัวใจ (defibrillator) หรือการใช้ยา ร่วมกับการให้สารกันเลือดเป็นลิ่ม (เช่น เฮพาริน วาร์ฟาริน) ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีการรักษาและให้ยาตามระยะของโรคที่เป็น และความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดหลุดอุดตันหลอดเลือดสมอง

หลังจากนั้นแพทย์จะให้ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ (antiarrhythmic) และสารกันเลือดเป็นลิ่ม (โดยให้กินวาร์ฟารินในรายที่มีความเสี่ยงสูงหรือแอสไพรินในรายที่มีความเสี่ยงต่ำ) อย่างต่อเนื่อง

 บางรายแพทย์อาจให้การรักษาด้วยวิธีตัดปมประจุไฟฟ้าเอวี (atrioventricular/AV node ablation) โดยการแยงสายอิเล็กโทรดเข้าไปสร้างความร้อนทำลายเนื้อเยื่อ (catheter radiofrequency ablation) และถ้าการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ได้ผล ก็จะทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อหัวใจส่วนที่เป็นต้นตอของโรค

    ในรายที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นเร็วชนิดโรคกลับฉับพลัน (PAT) แพทย์จะให้ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะควบคุมอาการ เช่น ยาปิดกั้นบีตา ผู้ป่วยส่วนน้อยที่ใช้ยาไม่ได้ผล อาจต้องทำการรักษาด้วยเครื่องช็อกหัวใจ หรือตัดปมประจุไฟฟ้าเอวีด้วยการใส่สายอิเล็กโทรด


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น  มีอาการหัวใจเต้นรัว เต้นเร็ว หรือช้ากว่าปกติ  เต้นจังหวะไม่สม่ำเสมอ หรือมีจังหวะเต้นกระตุก หรือวูบหายเป็นบางจังหวะ ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรดูแลรักษา ดังนี้

1. ดูแลรักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

2. ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

3. ควรปฏิบัติตัว ดังนี้

    งดการบริโภคสุรา ยาสูบ ชา  กาแฟ
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    หลีกเลี่ยงการทำงานหรือการออกกำลังที่หักโหม
    หลีกเลี่ยงการซื้อยากินเอง เพราะอาจมีผลทำให้โรคกำเริบ

4. ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการเจ็บจุกหน้าอกกำเริบ หรือ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือเท้าบวม
    มีอาการจุกแน่นลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะ และกินยารักษาโรคกระเพาะไม่ทุเลา
    กินยาแล้วไม่ทุเลา หรือ กลับมีอาการกำเริบใหม่
    ขาดยาหรือยาหาย
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

อาจป้องกันโรคนี้ด้วยการปฏิบัติตัว ดังนี้

    หาทางป้องกันไมให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด
    ออกกำลังกายเป็นประจำ
    ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    หลีกเลี่ยงการบริโภคสุรา ยาสูบ ชา กาแฟ สารกระตุ้นหัวใจ
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด

ข้อแนะนำ

ผู้ป่วยที่บ่นว่ามีอาการใจสั่น ใจหวิว อาจเกิดจากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือสาเหตุอื่น ๆ แพทย์จะซักถามอาการ ตรวจชีพจร (ควรจับชีพจรนาน 1-2 นาที เป็นอย่างน้อย) และใช้เครื่องฟังตรวจหัวใจ ถ้าชีพจรช้าหรือเร็วกว่าปกติหรือไม่สม่ำเสมอ ก็แสดงว่าเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจริง ถ้าชีพจร 60-100 ครั้ง/นาที และเต้นปกติ อาจเกิดจากโรควิตกกังวล หรือโรคแพนิก สาเหตุของอาการใจสั่น (ตรวจอาการใจสั่น)

3
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


4
พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไร ว่าลูกสมควรจัดฟันเด็ก ?

การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันของเด็กมีความสำคัญมาก พ่อแม่ควรดูแลเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากในช่วงเด็กในเรื่องของสุขภาพฟันถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะฟันจะอยู่กับเด็กไปตลอดชีวิต ดังนั้น การดูแลฟันตั้งแต่อายุยังน้อยจึงเป็นเรื่องที่จะต้องใส่ใจให้มาก ดังนั้น ทางทันตกรรมจึงมีนวัตกรรมใหม่ที่สามารถให้เด็กได้รับเข้ารับการจัดฟันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย การให้การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันนั้นมีหลายช่วงอายุ ซึ่งทันตแพทย์ ต้องพิจารณาตามความผิดปกติและพัฒนาการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าร่วมด้วย เพราะเด็กบางคนมีปัญหาในเรื่องของโครงสร้างใบหน้าด้วย


โดยมีแนวทางพิจารณาก็คือ ถ้าหากเด็กมีความผิดปกติของความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบนและล่าง ก็ควรจะเริ่มการบำบัดรักษาตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามได้ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าการจัดฟันเพื่อแก้บางปัญหาสามารถทำได้ตั้งแต่ในเด็ก ไม่ต้องรอฟันน้ำนมหลุดหมดก่อนหรือรอจนฟันแท้ขึ้นครบ การรักษาตั้งแต่เริ่มแรกอาจจะทำให้ใช้เวลาในการรักษาน้อยกว่า แล้วยังไม่ยุ่งยาก ลดค่าใช้จ่าย และได้ผลการรักษาที่ดีและมีประสิทธิภาพด้วย เพื่อให้เด็กได้รู้จักและทำความเข้าให้สำคัญเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้ตระหนัก เอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันให้มากขึ้น

เพราะฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะคอยสังเกตอาการผิดปกติในเรื่องของฟันของเด็กให้มาก เพราะการที่เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้พัฒนาการเด็กดีขึ้นตามไปด้วย ถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตอาการผิดปกติของฟันของลูกและหากพบความผิดปกติก็ควรจะพาลูกเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟัน แต่พ่อแม่ผู้ปกครองจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกควรที่จะเข้ารับการจัดฟัน วันนี้ทางคลินิกมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการสังเกตอาการผิดปกติของฟันของเด็กที่ควรที่จะเข้ารับการจัดฟันในเด็ก อย่างแรกเลยพ่อแม่ควรที่จะสังเกตว่า ลูกมีฟันเกฟันซ้อนหรือไม่


ซึงฟันเก ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่บ่งบอกว่าลูกต้องการใช้เครื่องมือจัดฟันคือฟันที่งอกทับซ้อนกัน และอาการฟันล่างครอบฟันบนกับฟันเหยิน รวมถึงฟันที่ขึ้นมาอย่างคดงอและขึ้นมาแบบเบียดกันจนแออัดเกินไป ดังนั้น เครื่องมือจัดฟันสำหรับเด็กสามารถช่วยจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาการสบฟันของเด็ก ต่อมาคือ ภาวะฟันน้ำนมที่หลุดเร็วเกินไป เพราะการสูญเสียฟันน้ำนมในช่วงแรกอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือจากการบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วย เมื่อฟันแท้ไม่พร้อมที่จะขึ้นมาเติมเต็มช่องว่าง ฟันจึงเคลื่อนที่เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้วยตนเอง ทันตแพทย์จะต้องใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อป้องกันฟันแท้ของพวกเขาไม่ให้ขึ้นมาแบบคดงอหรือขึ้นมาแบบทับซ้อนกัน เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และข้อสุดท้ายที่พ่อแม่ควรที่คอยสังเกตให้ดีก็คือ พฤติกรรมที่ผิดปกติในวัยเด็ก ก็คือพฤติกรรมดูดนิ้ว หากเด็กยังไม่ถึงอายุก่อนวัยเรียน ก็อาจจะยังเป็นที่ยอมรับได้ที่เด็กจะยังคงดูดนิ้วหัวแม่มืออยู่ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเด็กมีอายุมากกว่า 4 หรือ 5 ปี แต่ยังมีพฤติกรรมติดดูดนิ้วอยู่ พ่อแม่อาจต้องพาลูกไปพบทันตแพทย์ทันที เพราะการที่เด็กดูดนิ้ว เป็นระยะเวลายาวสามารถผลักฟันออกจากแนว และอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของกระดูกขากรรไกรของเด็ก เครื่องมือจัดฟันสามารถช่วยดึงฟันกลับเข้าที่ได้นั่นเอง


หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก  เพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก รวมถึงมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมในเด็ก และยังสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กได้อย่างถูกต้อง เพราะเราอยากให้เด็กๆทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

5
แนะนำบริการ รถหกล้อรับจ้าง รถรับจ้างขนของชลบุรี ที่มีราคาถูกและใกล้เคียงคุณ

ขนส่งยินดีแนะนำบริการขนส่งที่มีราคาถูกและใกล้เคียงคุณ

ขนส่ง ให้บริการ รถรับจ้างขนของชลบุรี ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความเร็วและความเอาใจใส่ พร้อมให้บริการในหลากหลายประเภทรถ ทั้ง รถกระบะรับจ้างชลบุรี รถ 4 ล้อใหญ่รับจ้างชลบุรี รถ 6 ล้อรับจ้างชลบุรี และรถ 10 ล้อรับจ้างชลบุรี

เมื่อคุณต้องการ ย้ายบ้านชลบุรี หรือ ย้ายออฟฟิศในชลบุรี ขนส่ง เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ เรามีบริการ ย้ายบ้านชลบุรี ย้ายหอพักชลบุรี และ ย้ายคอนโดชลบุรี โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการและขนย้ายทรัพย์สินของคุณอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการในการ ขนย้ายเครื่องจักรใหญ่ หรือ เฟอร์นิเจอร์ ขนส่งพร้อมให้บริการขนย้ายแค่มงานก่อสร้าง หรือการขนย้ายต้นไม้ พวกเรามีทรัพยากรและประสบการณ์ที่จะดำเนินการให้คุณได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ไม่เพียงเท่านั้น ขนส่งยังมีบริการ ขนย้ายมอเตอร์ไซค์ ทั้งคันเล็กและบิ๊กไบค์ อีกทั้งยังมีบริการขนย้ายสัตว์เลี้ยงเพื่อให้คุณได้ย้ายสัตว์เลี้ยงที่รักไปยังที่ใหม่ได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย

เราเข้าใจว่าการเลือกบริการขนส่งที่เหมาะสมและน่าเชื่อถืออาจเป็นเรื่องที่ยากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีตลาดที่แข่งขันอย่างดุเดือดในวงการขนส่ง แต่เราขอสร้างความมั่นใจให้คุณว่า ขนส่ง เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการขนส่งของคุณในชลบุรี

   
เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายรายในชลบุรี

เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับคุณภาพบริการและความพึงพอใจของลูกค้าทุกคน การให้บริการที่รวดเร็วและมืออาชีพเป็นเรื่องสำคัญที่เราใส่ใจอย่างยิ่ง เรามีทีมงานคุณภาพที่มีความชำนาญและความเชี่ยวชาญในการจัดการและ ขนย้ายของ ของคุณ ด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เราสามารถให้บริการในระดับสูงสุดและพร้อมที่จะรับมือกับความต้องการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าคุณจะค้นหาบริการขนส่ง รถกระบะรับจ้างชลบุรี เพื่อขนย้ายสิ่งของขนาดเล็กหรือรับจ้างรถใหญ่เพื่อขนย้ายทรัพย์สินขนาดใหญ่ ขนส่งมีความสามารถในการตอบสนองความต้องการของคุณอย่างแม่นยำรถขนของย้ายบ้าน

   
รถรับจ้างขนของชลบุรี แบบไหน เราก็มีให้คุณ

รถกระบะรับจ้างชลบุรี สามารถขนย้ายพัสดุและสินค้าที่มีขนาดเล็กได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สำหรับการขนย้ายทรัพย์สินที่ใหญ่กว่า รถ 4 ล้อใหญ่รับจ้างชลบุรี รถ 6 ล้อรับจ้างชลบุรี และรถ 10 ล้อรับจ้างชลบุรีเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ เนื่องจากเรามีรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่สามารถรับประเภทของสินค้าที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน ย้ายออฟฟิศ หรือย้ายสินค้าทางธุรกิจ ขนส่ง มีความสามารถในการรับจ้างขนย้ายทุกประเภทของทรัพย์สิน

การตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการให้บริการที่มีคุณภาพสูงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีมากกว่า 10 ปีในวงการขนส่ง ขนส่งมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา


6
หา รถรับจ้างย้ายบ้าน รถรับจ้างขนของโคราชราคาถูก พร้อมให้บริการรถหลากหลายชนิด

รถรับจ้างขนของโคราชราคาถูก ที่รับขนย้ายบ้าน ขนย้ายหอพัก ขนย้ายออฟฟิศทุกชนิดไม่ว่าจะใช้รถกระบะรับจ้าง หรือหกล้อรับจ้างขนของ ก็สามารถให้บริการขนย้ายของทุกชนิด ต้องการคนยกของหรือคนเก็บของสามารถแจ้งทีมงานรถรับจ้างขนของได้เลยค่ะ

ก็เชิญทางนี้เรามีบริการให้ลูกค้าอย่างหลากหลาย บริการขนย้ายอะไรที่ขนย้ายได้ เรามีบริการค่ะ มีบริการ ขนย้ายบ้าน ขนย้ายหอพัก ขนย้ายออฟฟิศ ขนย้ายอึปกรณ์สำนักงาน ขนย้ายอุปกรณ์การกีฬา ขนย้ายของใช้ในครัวเรือน สินค้าอุปโภค-บริโภค ขนย้ายทุกชนิด ส่วนมากงานขนย้ายที่ให้บริการจะเป็นงานขนย้ายบ้าน เพราะจะไม่ค่อยขนย้ายอย่างอื่นมากนัก ส่วนน้อยก็จะเป็น ขนย้ายสำนักงาน

รถขนของรับจ้าง บริการคุ้มค่า ราคาไม่แพง ตลอด 24 ชม. รถรับจ้างนครราชสีมามีบริการกระจายอยู่ในหลายเขตพื้นที่ และมีรถรับจ้างในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ดังนี้

    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอเมืองนครราชสีมา
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอแก้งสนามนาง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอขามทะเลสอ
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอขามสะแกแสง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอคง       
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอครบุรี
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอจักราช
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ์
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอโชคชัย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอชุมพวง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอด่านขุนทด
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอเทพารักษ์
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอโนนไทย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอโนนสูง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอโนนแดง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอบังลาย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอบัวใหญ่
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอบ้านเหลื่อม
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอประทาย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอปักธงชัย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอปากช่อง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอพระทองคำ
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอพิมาย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอเมืองยาง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอลำทะเมนชัย
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอวังน้ำเขียว
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอเสิงสาง
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอสี่คิ้ว
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอสีดา
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอสูงเนิน
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอหนองบุญมาก
    รถรับจ้างขนย้ายรับจ้างขนของอำเภอห้วยแถลง

บริการที่ใครก็ต้องการที่จะใช้บริการ คือ บริการขนย้าย เรามี รถรับจ้างจังหวัดนครราชสีมา บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงไม่ว่าลูกค้าต้องการด่วนหรือไม่ต้องการด่วน ท่านสามารถขอ รถขนของ รถรับจ้าง กับทางเราได้ บริการที่จะทำให้คุณประทับใจ และยิ้มแย้มแจ่มใสในการใช้บริการ

รถรับจ้างขนของโคราช เราบริการได้อย่างตรงเป้าที่เราได้กำหนดไว้ ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการต่างไว้ใจเราทุกครั้งที่มาใช้บริการ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ใกล้หรือไกล เหนือ ใต้ อีสาน ออก ตก ก็มีมาใช้บริการเราและที่ที่เรากล่าวมานี้เราได้ให้บริการมาแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหา รถรับจ้างทั่วไปจังหวัดนครราชสีมา รถรับจ้างย้ายบ้าน

จงมั่นใจได้เลยว่า งานของท่านจะเสร็จสมบูรณ์และลุล่วงได้อย่างเป็นแน่ บริการที่คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ไม่ต้องขนเอง ไม่ต้องจัดของหรือทำอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่โทรหารรถรับจ้างนครราชสีมา บริการที่จะช่วยคุณได้ สบายและสะดวก ประหยัดเวลาในการขนย้าย ราคาก็แสนจะถูก อย่ามัวรอช้ารีบมาใช้บริการเราสิค่ะ และต้องร้อง ว้าว ว้าว ว๊าว เลยค่ะ โทรมาตามเบอร์ที่อยู่ข้างล่างหรือแอดไลน์มาก็ได้ค่ะ

บริการหลายจุดหลายพื้นที่ โดยไม่ต้องกังวลเลยจากการใช้บริการ เพียงแค่โทรหาเราเราก็พร้อมจะไปหาท่านเพื่อใช้บริการ รถหกล้อรับจ้าง รถกระบะรับจ้าง รถขนของโคราช จังหวัดนครราชสีมามีสถานที่ท่องเที่ยวที่เยอะมาก

7
ฉนวนกันความร้อน: ความร้อน สาเหตุที่ทำให้ ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น

ความร้อน (Heat) จัดเป็นอันตรายทางกายภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งในสถานประกอบการ ในโรงงานอุตสาหกรรมจะพบว่า คนงานต้องประสบปัญหาความร้อน จากความร้อนในกระบวนการผลิต หรือจากเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งประเภทของอุตสาหกรรมหรือกิจการที่ต้องทำงานเกี่ยวกับความร้อน เช่น การผลิตเยื่อกระดาษ การผลิตยางรถยนต์ การผลิตกระจก เครื่องแก้วหรือหลอดไฟ การถลุง หลอมหรือรีดโลหะ กิจการที่มีแหล่งกำเนิดความร้อนที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายเนื่องจากความร้อน เชื่อว่าหลายๆสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม กำลังมองหาแนวทางการแก้ปัญหา การป้องกันและการควบคุมความร้อน เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้ปฏิบัติงานและเพื่อลดการสูญเสียความร้อน

การสูญเสียความร้อน (Heat Loss) ทราบหรือไม่ว่า“ความร้อน”เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น”ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศและจากความต้องการในการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ ความร้อนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลายๆแห่งของไทย ซึ่งตอนนี้ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จากค่าไฟ้ฟ้าที่มีการปรับราคาขึ้นไปสูงมากและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง อีกทั้งพบว่าความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนหลายจุดในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งไม่มีฉนวนกันความร้อนติดตั้งไว้ ทำให้เกิดการสูญเสียความร้อนและสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากความร้อนที่ตัวเครื่องจักรเองแล้ว ปัจจัยที่ทำให้เกิดความร้อนได้นั้น อาจเกิดได้จากกระบวนการผลิต การออกแบบตัวอาคาร ระบบระบายอากาศ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สูญเสียพลังงานและส่งผลให้มีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น

เมื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ณ เวลานี้ (ตุลาคม 2565) พบว่าเป็นการขึ้นค่าเอฟทีในช่วงปี 2565-2566 จาก 4 เหตุผลหลักคือ

1. ปริมาณก๊าซในประเทศที่ลดลงจากเดิม ทำให้ต้องนำเข้า Spot LNG เข้ามาเสริม

2. การผลิตก๊าซจากประเทศเมียนมาร์ไม่สามารถผลิตได้ตามกำลังการผลิตเดิมและมีแนวโน้มที่จะผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 ส่งผลให้เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 รวมเป็น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อรวมกับ “ค่าไฟฐาน” จะทำให้ค่าไฟฟ้าทำสถิติปรับขึ้นสูงที่สุดคือ 4.72 บาทต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ 4.00 บาท

3. สถานการณ์ผู้ผลิต LNG ชะลอการลงทุนอันเนื่องมาจากมีความต้องการใช้พลังงานน้อยในช่วงโควิด-19 แต่หลังจากที่หลายประเทศเริ่มฟื้นตัวจากโควิดทำให้ความต้องการใช้ LNG มีมากกว่ากำลังการผลิตในตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อราคาของ LNG

4. ภาวะสงครามรัสเซีย – ยูเครน ทำให้รัสเซียลดหรือตัดการจ่ายก๊าซธรรมชาติทางท่อไปยังยุโรป ส่งผลให้ความต้องการ LNG เพิ่มขึ้นอย่างมากในยุโรปและส่งผลกระทบทางอ้อมต่อราคา LNG ในตลาดเอเชีย

ZAVE® ฉนวนประหยัดค่าไฟฟ้า ช่วยลดปัญหาการสูญเสียความร้อน (Heat Loss)  ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นจนน่าตกใจ  แต่ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการใช้ฉนวนแบบถอดได้ZAVE®วัสดุมาตรฐานจาก HKO Germany ทนอุณหภูมิได้ต่อเนื่องถึง 1000 °C  มีคุณสมบัติไม่ลามไฟ ไม่ติดไฟ ไม่เป็นเชื้อเพลิง ลดอุณหภูมิที่ผิวเครื่องจักร ลดการแผ่รังสีความร้อนในพื้นที่ปฏิบัติงาน ป้องกันความร้อนที่เป็นอันตรายต่อลูกจ้างขณะปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสกับความร้อนเป็นเวลานานๆ ให้พนักงานทำงานอย่างปลอดภัยจากความร้อน และยังช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 20-30 % (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ เวลาการทำงานของเครื่องจักร ความหนาฉนวน) ควบคุมการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง ลดต้นทุนการผลิต และฉนวนของเรายังสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดเครื่องจักรข้างในได้อย่างสะดวกและสามารถใส่ฉนวนกลับเข้าไปได้แบบไม่ยุ่งยาก ลูกค้าสามารถถอดและใส่กลับได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ที่สำคัญอายุการใช้งานของฉนวนZAVE® จะยาวนานกว่าฉนวนทั่วไป เนื่องจากความหนาแน่นของฉนวนที่มากกว่านั่นเอง



8
“สร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน” สไตล์ครูแมกซ์

จุดเริ่มต้นเพียงแค่ไม่มีใจรักการเป็นลูกน้อง และไม่ชอบการทำงานในองค์กร บวกกับมีความตั้งใจที่ว่า อยากฝึกทักษะการทำอาหารไว้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทานตอนท่านแก่
พร้อมกับคำพูดของคุณแม่ที่ชอบบอกว่า “การขายของมันได้จับเงินทุกวัน” นั่นคือจุดตัดสินใจ

ครูแมกซ์
จุดเริ่มต้นง่ายๆก็เริ่มจากการเรียนรู้จากคุณแม่ของครูแมกซ์เอง ท่านเป็นคนทำอาหารไทยอร่อย และเคยเปิดร้านอาหารมาก่อนตอนครูแมกซ์เด็กๆ
โดยใช้การถาม สังเกตอย่างละเอียด และฝึกชิมรสชาติของอาหารที่แท้จริง (เพราะคุณแม่ไม่เคยชั่งตวงวัดแม่บอกชิมให้เป็นไม่ต้องมาถามสูตร555)
ร่วมกับการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ยูทูป ดูทุกวันตลอดระยะเวลา 8-10ปี พร้อมกับการซื้อวัตถุดิบมาลงมือทำจริง ชิมจริง ทำให้คคุณแม่ทานจริง

ครูแมกซ์
จนถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่า…จะทำอาหารเพื่อสร้างรายได้เริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้าน
จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลา15ปี ที่ครูแมกซ์มีรายได้จากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการยืนขายสลัดริมถนนหน้าตึกชาญอิสะ2 เปิดรับออเดอร์ลุกค้าในหมู่บ้าน การพรีออเดอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งการออกบูทตามห้างดังต่างๆ

ทั้งหมดนี้ผ่านการทำจริง ได้ผลลัพธ์จริงมาทั้งหมดแล้วด้วยตัวครูแมกซ์เองคนเดียว (แบบไม่เลือกการมีลูกน้อง)

จึงมั่นใจมากว่าจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ครูแมกซ์สั่งสมมาตลอดจนถึงวันนี้

ไข่เจียว
ครูแมกซ์ได้พิสูจน์แล้วว่า…การสร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน “มันทำได้จริง”
ครูแมกซ์ก็พร้อมที่จะถ่ายทอดทุกสูตรลัด แบไต๋ทุกเคล็ดลับให้คุณแบบหมดเปลือก!!  !!ความตั้งใจนั้นมันก็ได้เกิด”ผลลัพธ์”กับลูกศิษย์ครูแมกซ์เรียบร้อยแล้ว

📌น้องมิ้นท์ นักเรียนคอร์สไพรเวทจับมือทำรอบสด
ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเปิดร้านขายอาหาร หลังจากเรียนกับครูแมกซ์ไปเพียงแค่3วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับพรีออเดอร์จากอาพาร์ทเมนต์ (โดยมีครูแมกซ์เป็นที่ปรึกษาตลอด1เดือนเต็ม) เริ่มจากเมนูง่ายๆที่ครูแมกซ์เลือกให้เป็นเมนูประจำร้าน คือ “เมนูไข่ฟูหมูฉ่ำนัว”

‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ 68
สรุปได้ยอดขาย 60,000 บาท (ทำด้วยตัวคนเดียว)

📌น้องเติ๊ด นักเรียนคอร์สออนไลน์
เป็นพนักงานประจำหัวหน้าแผนกHR อยากหาอาชีพเสริมเพื่อวางแผนลาออกจากงานประจำ หลังจากเรียนคอร์สครูแมกซ์ภายใน 7 วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับออเดอร์ที่คอนโด เริ่มจากเมนูง่ายๆที่เรียนจากคอร์สสูตรกะเพรา กับ คอร์ส10เมนูไข่ทำง่ายรายได้ปัง เมนูประจำร้าน คือ “เมนูข้าวไข่เจียว ไข่ข้น”
‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายได้มากกว่าเงินเดือนประจำเป็นที่เรียนร้อยแล้ว พร้อมกับยื่นใบลาออก (แต่นายยังไม่อนุมัติ)


สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


9
บริการด้านอาหาร: อาหารบำรุงหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงโรค

อาหารบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจและอาหารบางชนิดก็สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจเราได้เช่นกัน อาหารที่ดีสำหรับการช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจส่วนมากมักเป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และในทำนองเดียวกัน อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจก็มักเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

แม้เรารู้ว่าการรับประทานอาหารบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ และการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของเราก็มักจะทำได้ยาก แต่การลองพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพให้ลดลงแล้วหันมาปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารของคุณให้เป็นไปเพื่อสุขภาพมากขึ้น ก็ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมและสุขภาพหัวใจของเราได้ และต่อไปนี้คืออาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ ที่เราควรกินเป็นประจำ

 
วิธีบำรุงหัวใจให้แข็งแรง

    เลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ
    ออกกำลังกาย
    ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ
    เลิกสูบบุหรี่และอยู่ให้ห่างจากควันบุหรี่มือสอง
    ควบคุมคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต
    ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น
    จัดการกับความเครียดให้ได้

 
5 อาหารบำรุงหัวใจ

 
1. ผักและผลไม้

ผักและผลไม้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อย่างเช่น กล้วยและมันเทศให้โพแทสเซียมซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญสำหรับการบำรุงสุขภาพของหัวใจ ผักตระกูลกะหล่ำสามารถช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ผักใบเขียวให้ไฟเบอร์ซึ่งสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดความดันโลหิต

 
2. เมล็ดธัญพืช

ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรตทั้งหมดที่ไม่ดี คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีอย่างเช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว หากรับประทานมากเกินก็มักจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี แต่คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มักได้จากธัญพืชไม่ขัดสีกลับให้ใยอาหาร ซึ่งสามารถเป็นตัวบำรุงสุขภาพหัวใจได้ นอกจากนี้ธัญพืชไม่ขัดสียังเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก ซีลีเนียม ไทอามิน (วิตามินบี 1) ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี 2) ไนอาซิน (วิตามินบี 3) โฟเลต (วิตามินบี 9) และแมกนีเซียม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสารอาหารที่ดีต่อหัวใจ และนอกจากนี้ยังพบคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนได้ในถั่ว มันฝรั่ง ถั่วลันเตา และข้าวโพด

 
3. อาหารที่มีโปรตีน

แม้ว่าโปรตีนบางชนิด เช่น โปรตีนที่ได้จากเนื้อแดงและอาหารแปรรูป อาจเป็นอันตรายต่อหัวใจ แต่โปรตีนอื่น ๆ กลับเป็นสารอาหารเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจได้ โดยเฉพาะโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว เต้าหู้ ไข่ ผลิตภัณฑ์นม โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และเนื้อปลา ซึ่งนักโภชนาการมักแนะนำให้รับประทานโปรตีนจากแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย

 
4. อาหารที่มีไขมันดี

บางคนอาจคิดว่าไขมันจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ แต่จริง ๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับประเภทของไขมันมากกว่า ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวมักจะเกี่ยวข้องกับปัญหาหัวใจและหลอดเลือด แต่ร่างกายของเรากลับต้องการไขมันดีเพื่อสุขภาพ โดยเราสามารถรับไขมันดีได้จาก ปลา ถั่วและเมล็ดพืช รวมถึงอะโวคาโดและน้ำมันพืชบางประเภท เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันดอกคำฝอย

 
5. เครื่องปรุงรสแบบลดโซเดียม

การกินเกลือมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ การจำกัดเกลือและโซเดียม สามารถช่วยให้หัวใจของเรายังคงสุขภาพดี โดย American Heart Association แนะนำให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี รับโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม (มก.) ต่อวัน หรือประมาณเกลือ 1 ช้อนชา และในผู้ใหญ่ที่สุขภาพไม่ดี รับโซเดียมได้ไม่เกิน 1,500 มก. ต่อวัน

แม้ว่าการลดปริมาณเกลือที่เติมลงในอาหารจะเป็นวิธีการที่ดี แต่เกลือส่วนใหญ่ที่เรารับประทานนั้นมักมาจากอาหารกระป๋องหรืออาหารแปรรูป เช่น ซุป ขนม และอาหารแช่แข็ง ดังนั้นการเลือกกินอาหารสดและทำอาหารเองสามารถลดปริมาณเกลือได้

10
การเล่นกีฬา ในระหว่างการจัดฟันเด็ก สามารถทำได้หรือไม่

อย่างที่หลายๆท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ในยุคสมัยนี้มีนวัตกรรมทางทันตกรรมที่ล้ำสมัย โดยมีชื่อว่า EF Line อุปกรณ์สำคัญในการจัดฟันในเด็กเล็ก ซึ่งได้ผลดีเกินคาด และได้รับการรองรับจากทันตแพทย์ทั่วโลกว่า เหมาะสมสำหรับเด็ก ลบความเชื่อผิดๆที่ว่าเด็กเล็กไม่ควรจัดฟันได้อย่างสิ้นเชิงซึ่งก็ได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยนี้มาใช้ กับเด็กเล้กที่มีอาการผิดปกติทางด้านโครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่เป็นต้นเหตุหลักทำให้ใบหน้าผิดรูป รวมถึงการสบฟันผิดปกติในเด็กเล็ก ไม่เว้นแม้แต่พฤติกรรมที่ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากในอนาคตอีกด้วยแต่ก็ต้องขอบอกก่อนว่าเด็กเล็กๆ มักจะมีการต่อต้าน อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line มากพอสมควร ซึ่งอยากให้ผู้ปกครองอย่าถอดใจและทำความเข้าใจในพฤติกรรม และแข็งใจให้บุตรหลานของท่านใส่ให้ได้ โดยรายละเอียดวิธีการใช้และแก้ปัญหามีดังต่อไปนี้
 

กฎสำคัญในการใส่ EF Line ในเด็กเล็ก

– สิ่งสำคัญที่สุดในการให้บุตรหลานของท่านใส่ EF Line คือ บุตรหลานของท่านต้องมีอายุ 4 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในอุปกรณืชิ้นนี้คือใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำหว่า 14 ปี
– ก่อนที่จะทำการใช้ อุปกรณ์ทันตกรรม EF Line ควรได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อมาใส่เอง เพราะ อุปกรณ์ EF Line จะถูกผลิตขึ้นมาใหม่ทุกครั้งเพื่อรับกับช่องปากและฟันของคนนั้นเท่านั้น และจะมีการวางรูปแบบในระยะยาว จึงไม่สามารถหาซื้อมาใส่เองหรือทำกับผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาในด้านนี้เฉพาะได้
– ในขณะที่ใช้อุปกรณ์ EF Line จะต้องอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด มาตามนัดทันตแพทย์ผู้รักษาอย่าให้ขาด เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง


คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EF Line

ต้องขอบอกเลยว่า เด็กเล็กๆหลายๆคนมีปัญหาในการใส่ EF Line เนื่องจากว่าในขณะที่ทำการใส่แรกๆนั้น จะเกิดความไม่เคยชินเนื่องจากว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในช่องปาก อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในบางตำแหน่ง และอาจจะเกิดบาดแผลเล็กๆได้ ซึ่งหากว่ามีบาดแผลในช่องปากให้ทำการทายาสำหรับช่องปาก ซึ่งอาจจะมีอาการเจ็บบ้างในระยะแรกๆ แต่ไม่นานแผลเหล่านั้น และอาการระคายเคืองจะหมดไปเนื่องจากร่างกายจะปรับตัวตามธรรมชาติ หรือพยายามให้เด็กเล็กที่ใส่อุปกรณ์ EF Line ดื่มน้ำเยอะๆในขณะใส่เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นภายในช่องปากก็สามารถลดการระคายเคืองได้ดีเช่นกัน

อีกสิ่งสำคัญที่มักจะทำให้ผู้ปกครองตกใจและให้บุตรหลานเลิกใส่นั่นก็คือ เมื่อทำการใส่ EF Line เด็กเล็กๆจะเริ่มมีอาการอยากอาเจียน บางคนถึงขั้นอาเจียนทุกครั้งเมื่อทำการใส่ ซึ่งถึงจะเป็นเช่นนั้นผู้ปกครองพยายามแข็งใจบังคับตนเองให้ใส่ EF Line ให้บุตรหลานให้ได้ เพราะ เมื่อใส่ไประยะหนึ่งจะเกิดความเคยชินและก็จะไม่เกิดอาการอยากอาเจียนอีก

หากต้องทำการใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ให้เด็กเล็กๆ ผู้ปกครองควรเชื่อฟันคำแนะนำจากทันตแพทย์ ใจแข็ง ให้นึกไว้เสมอว่าหากไม่ให้บุตรหลานใส่อนาคตอาจจะต้องเสียใจเพราะบุตรหลานของท่านอาจมีฟันและโครงหน้าที่ผิดปกติและจะทำให้เกิดการรักษายากขึ้นมากตามอายุนั่นเอง
 

วิธีใส่ EF Line ที่ถูกต้อง

– กลางวัน
การใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ในช่วงเวลากลางวัน หรือตอนตื่นนอน ควรเลือกเวลาให้ใส่ติดปากห้ามถอดออกเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่ใส่นี้ผู้ปกครองควรสังเกตพยายามให้บุตรหลานอยู่นิ่งๆ ไม่เอานิ้วเข้าปาก ไม่เคี้ยวอุปกรณ์เล่น ปิดปากให้สนิทไม่พูดคุยในขณะที่ทำการใส่อยู่เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบปาก
– กลางคืน
ในเวลากลางคืนนี้ถือได้ว่าไม่ยุ่งยาก เนื่องจากว่าให้ใส่ก่อนจะเข้านอน โดยต้องทำการใส่ติดปากห้ามถอดในขณะนอนหลับ เป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมง
 
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ควรรู้ในการให้บุตรหลานหรือเด็กเล็กๆใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line โดยผู้ปกครองจะต้องใจแข็งและตั้งใจไปกับบุตรหลานของท่านด้วย เพียงเท่านี้อาการผิดปกติในช่องปากต่างๆก็จะกลับมาเป็นปกติอันรวดเร็วตามระเบียบของเด็กและผู้ปกครองด้วย

11
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


12
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Back strain / Musculotendinous strain)

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป

เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังได้


สาเหตุ

มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก เล่นกีฬา นั่ง ยืน นอน ก้มตัวลงหยิบของ หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีอาการแข็งและเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง

คนที่อ้วน หรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน


อาการ

ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า (เช่น การก้มตัว การบิดตัวเอี้ยวตัว) การไอ จาม อาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น

โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี แขนขาขยับได้เป็นปกติ ไม่มีอาการปวดร้าวลงไปที่ขาและไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย


ภาวะแทรกซ้อน

มักไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร นอกจากทำให้ปวดทรมาน เคลื่อนไหวไม่สะดวก ทำงานลำบาก


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการเป็นหลัก

มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

บางรายอาจพบอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลัง และเมื่อกดกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะรู้สึกเจ็บ


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. แนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไปหรือนอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทน

ถ้าปวดหลังตอนเย็น ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูง ก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยนเป็นรองเท้าธรรมดาแทน

ถ้าอ้วนไป ควรพยายามลดน้ำหนัก

2. ถ้ามีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉากสักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบก็ได้

ถ้าไม่หายก็ให้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล, กลุ่มยาต้านอักเสบที่ไมใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก นาโพรเซน)

ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็ง และหมั่นฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง

3. ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาหรือชาที่ขา ขาไม่มีแรง หรือน้ำหนักลด อาจเกิดจากสาเหตุอื่น อาจต้องเอกซเรย์และ/หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ (ตรวจอาการปวดหลัง)

ในกรณีที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน อาจมีสาเหตุจากภาวะวิตกกังวล ความเครียดหรือซึมเศร้า ถ้าผู้ป่วยมีประวัติอาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ ก็จะให้การรักษาภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย (ดู "โรควิตกกังวล/โรคกังวลทั่วไป" หรือ "โรคอารมณ์แปรปรวน/โรคซึมเศร้า" เพิ่มเติม)


การดูแลตนเอง

ถ้ามีอาการปวดยอกกล้ามเนื้อหลังเวลาบิดเอี้ยวตัว ก้มตัว หรือหลังตื่นนอน โดยไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    ถ้ามีอาการปวดมาก หรือขยับตัวทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวและปวด ควรนอนพักในท่านอนหงายบนที่นอนแข็งตลอดเวลา เวลาลุกนั่งกินอาหารและเดินเข้าห้องน้ำควรมีคนช่วยพยุงจนกว่าอาการจะทุเลา
    บริหารกล้ามเนื้อหลัง เช่น นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก (ดู "ท่าบริหารขณะมีอาการปวดหลัง" ในหัวข้อ "การรักษาโดยแพทย์" ด้านบน)
    ใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบ
    ใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำทานวด     
    ถ้าปวดมากกินยาแก้ปวด-พาราเซตามอล*


ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการปวดร้าวแบบเสียว ๆ หรือชา ๆ มาที่ขา 1-2 ข้าง
    ขาอ่อนแรง หรือเดินลำบาก
    มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่นหรือเป็นสีแดง หรือน้ำหนักลด
    ปวดหลังรุนแรง หรือมีอาการปวดตลอดเวลาจนขยับตัวไม่ได้
    ดูแลตนเอง 2-3 วันแล้วไม่ทุเลา หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย
    มีประวัติการแพ้ยา เป็นสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือผู้มีโรคตับ โรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่มีการใช้ยา หรือแพทย์นัดติดตามการรักษาอยู่เป็นประจำ
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ
    มีความวิตกกังวลหรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

*เพื่อความปลอดภัย ควรขอคำแนะนำวิธีและขนาดยาที่ใช้ ผลข้างเคียงของยา และข้อควรระวังในการใช้ยา จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งใช้อยู่เป็นประจำ


การป้องกัน

1. ระวังรักษาอิริยาบถ (ท่านอน ท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ) ให้ถูกต้อง

2. หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ (ดู "ท่าบริหารเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง" ในหัวข้อ "การรักษาโดยแพทย์" ด้านบน)

3. ออกกำลังกายเป็นประจำ และบริหารร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกาย

4. หลีกเลี่ยงการนอนบนที่นอนนุ่มเกินไป

5. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป 

6. ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกินหรืออ้วน


ข้อแนะนำ

1. อาการปวดยอกกล้ามเนื้อหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ทั้งในหมู่คนที่ใช้แรงงาน ยกหรือแบกของหนัก และในหมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ หรือมีการเคลื่อนไหวในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งบางคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคไต โรคกษัย และซื้อยาชุด ยาแก้กษัย หรือยาแก้โรคไตกินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้

โดยทั่วไปอาการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลัง (บริเวณกระเบนเหน็บ) ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง (มักเป็นเพียงข้างเดียว) และอาจมีไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

2. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง หากสังเกตว่ามีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาแบบเสียว ๆ ชา ๆ ข้างหนึ่งข้างใดหรือทั้งสองข้าง ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการปวดตามประสาทขาเนื่องจากรากประสาทถูกกด

3. ผู้ที่มีอายุ 10-30 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังทุกวันนานเกิน 3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นโรคข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง มากกว่าอาการปวดกล้ามเนื้อหลังหรือปวดยอกหลัง

13
รู้ทัน...ป้องกัน โรคปอดอักเสบ 

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) คือภาวะที่ปอดเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, หรือเชื้อรา ทำให้ถุงลมในปอดเต็มไปด้วยหนองและของเหลว ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายลดลง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


อาการที่ควรรู้และสังเกต

อาการของโรคปอดอักเสบอาจแตกต่างกันไปตามอายุและชนิดของเชื้อ แต่โดยทั่วไปแล้วมักมีอาการดังนี้

ไข้สูง และหนาวสั่น: เป็นอาการเริ่มต้นที่พบบ่อย

ไอมีเสมหะ: อาจมีเสมหะเป็นสีเหลือง เขียว หรือมีเลือดปน

หายใจหอบเหนื่อย: หายใจลำบาก หรือรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

เจ็บหน้าอก: โดยเฉพาะเวลาไอหรือหายใจเข้าลึกๆ

อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร: รู้สึกไม่มีแรงและไม่อยากรับประทานอาหาร

ในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาการอาจไม่ชัดเจนนัก ผู้สูงอายุอาจมีอาการซึมลง สับสน หรือไม่รู้สึกตัว ส่วนเด็กเล็กอาจหายใจเร็วและซี่โครงบุ๋ม


ปัจจัยเสี่ยงและกลุ่มที่ควรระวัง

ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก: ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ

ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคปอดเรื้อรัง (เช่น หอบหืด, ถุงลมโป่งพอง)

ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง: เช่น การสูบบุหรี่จัด หรือการดื่มแอลกอฮอล์

ผู้ที่นอนติดเตียงเป็นเวลานาน: มีความเสี่ยงในการสำลักอาหารหรือของเหลวเข้าปอด


การป้องกันที่ทำได้ด้วยตัวเอง

ฉีดวัคซีน: การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Vaccine) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคปอดอักเสบ

ล้างมือให้บ่อย: เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโรคต่างๆ

รักษาสุขภาพให้แข็งแรง: ทานอาหารที่มีประโยชน์, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำลายปอด

หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด: โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดโรคระบาด

การรู้ทันอาการและรู้จักการป้องกันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคปอดอักเสบได้ค่ะ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

14
จัดฟันเด็ก แก้ไขอาการฟันแท้หายได้อย่างไร

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กมีฟันน้ำนมผุ มาจากการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัว การปล่อยให้เด็กนอนหลับคาขวดนม ทำให้น้ำตาลที่อยู่ในนม สามารถเข้าไปทำลายเคลือบฟันของเด็กได้ เพราะคราบจุลินทรีย์จะย่อยน้ำตาลในนมที่ค้างอยู่บนผิวฟัน ทำให้เกิดการสะสมของกรด ละลายผิวฟันเป็นรู ทำให้เกิดปัญหาฟันน้ำนมผุ การรับประทานขนมที่มีน้ำตามเป็นจำนวนมากตามใจชอบ แล้วไม่ยอมแปรงฟันอาจจะทำให้บุตรหลานของท่านมีปัญหาในเรื่องของฟันผุอย่างแน่นอน นอกจากนี้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคน มักมีความเชื่อผิดๆ ว่า เดี๋ยวฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไป มีฟันแท้มาแทนที่ จึงไม่ได้ใส่ใจการรับประทานขนมและการแปรงฟันของลูกมากนัก และลูกก็ยังไม่สามารถทำความสะอาดฟันอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้ฟันผุได้ง่ายและนำไปสู่การสูญเสียฟัน


ซึ่งการที่เด็กสูญเสียฟันแท้เร็วกว่าเวลาอันควรจะทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาฟันแท้หายได้ ซึ่งมีผลมาจากการที่เด็กเกิดฟันผุจนทำให้เกิดการสูญเสียฟัน ซึ่งทำให้ฐานของฟันแม้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเด็กที่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว อาจจะเข้ารับการรักษาด้วยการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อทำการดึงฟันแท้ที่หายไปให้ขึ้นมาตามปกติ วันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็กที่ช่วยแก้ไขปัญหาอาการฟันหายให้กลับมาเรียงตัวอย่างสวยงามได้อีกครั้ง และยังสามารถทำให้เด็กได้มีรอยยิ้มที่สดใสสมวัยและรับประทานอาหารได้เต็มที่โดยไม่มีอุปสรรค

ก่อนอื่น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดของฟันของเด็กให้มาก เพื่อที่เด็กจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของช่องปากและฟันในอนาคต แต่ถ้าหากพบว่าฟันแท้ของเด็กยังไม่ยอมขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานเข้าพบทันตแพทย์จัดฟัน เพราะการที่เด็กฟันแท้หายอาจต้องใช้วิธีการจัดฟันเพื่อดึงฟันฝังที่อยู่ภายในเหงือกออกมา โดยทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดเล็ก เพื่อเปิดให้เห็นฟันซี่ที่ฝังอยู่ จากนั้นจะติดเครื่องมือที่ฟันซี่ดังกล่าว เพื่อดึงฟันฝังให้โผล่ขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งในการรักษาในรูปแบบนี้ ทันตแพทย์จะทำการเปิดเหงือกโดยใช้การผ่าตัดเล็ก เพื่อให้เห็นฟันฝัง จากนั้นเครื่องมือจัดฟันจะถูกติดที่ฟันฝังซี่ดังกล่าว โดยมีลวดโลหะผูกติดบนแบร็กเก็ต โดยเหงือกจะถูกปิดลงที่เดิม


ในบางกรณี อาจเปิดเหงือกทิ้งไว้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นฟันฝัง แต่ส่วนใหญ่แล้วเหงือกจะถูกปิดหมด เหลือไว้แต่ลวดโลหะเส้นเล็กๆ โผล่ออกมาเท่านั้น หลังที่ผ่าตัดแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะเริ่มให้แรง เพื่อเคลื่อนฟันฝังให้โผล่ขึ้นมา ในตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาเป็นปี หรือนานกว่านั้น กว่าที่ฟันฝังจะเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่วนระยะเวลาทั้งหมดที่ใช้จัดฟันนั้น ก็จะอยู่ประมาณ 2-4 ปี หรือนานกว่า เหมือนการจัดฟันทั่วไป สำหรับการจัดฟันเพื่อดึงฟันฝัง ก็เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ได้พอเข้าใจขั้นตอน และวิธีการรักษา ซึ่งไม่ได้ยุ่งยาก หรือน่ากลัวแต่อย่างใด ซึ่งหากการรักษาประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้บุตรหลาน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด อยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการรักษาอาการฟันฝังหรืออยากพาบุตรหลานเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทันตกรรมในเด็ก จึงสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น การที่เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีนั้น จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาการของลูกด้วย และจะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมีความสุขมากยิ่งขึ้น เพราะเราอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มุณภาพและสุขภาพดี

15
ดอกบัวในโถแก้ว: 5 สูตรการทำดอกไม้แห้ง แบบมีชีวิตชีวา

ดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิต ถึงคุณจะพยายามยืดอายุของดอกไม้ให้นานแค่ไหน ก็ต้องมาถึงวันที่ดอกไม้ต้องร่วงโรย แต่เราแนะนำว่าคุณอย่าเพิ่งทิ้ง เพราะคุณสามารถนำมาทำเป็นดอกไม้แห้งเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปได้อีก


1. ผึ่งลมให้แห้ง

วิธีดั้งเดิมและง่ายที่สุดในการทำดอกไม้แห้งก็คือการผึ่งลม แต่คุณต้องมีความอดทนรอสักหน่อย เพียงแค่รวบดอกไม้เข้าด้วยกัน มัดปลายก้านด้วยหนังยาง นำไปผูกกับราวตากแบบห้อยหัวลงเพื่อให้ดอกไม้ยังคงรูปทรงที่ตรงและคอไม่หัก

คุณควรตากในที่ที่มีลมหมุนเวียนดีแต่ไม่โดนแดดโดยตรงเพราะจะทำให้ดอกไม้กรอบและแตก การทำดอกไม้แห้งแบบผึ่งลมจะใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์


2. หนังสือเล่มหนา

อีกวิธีโบราณในการทำดอกไม้แห้งคือการทับด้วยหนังสือ หากระดาษไขแผ่นใหญ่มาใส่ในหนังสือ วางดอกไม้ที่ตัดก้านออกหมดลงไป กดดอกไม้ให้แบนเรียบได้รูปทรง ค่อยๆ ปิดหนังสือลงมาทับ นำหนังสือไปวางใต้กองหนังสือ เปลี่ยนกระดาษไขทุกอาทิตย์ ทำแบบนี้สัก 1 เดือนก็จะได้ดอกไม้แห้ง

3. ใส่ไมโครเวฟ

วิธีนี้เป็นการทำดอกไม้แห้งที่ใช้เวลาน้อย ให้คุณหาจานเซรามิกขนาดใหญ่มา 2 ใบ วางกระดาษกรองกาแฟบนจาน จากนั้นวางดอกไม้ที่คุณจะทำให้แห้ง โดยควรเลือกดอกไม้ที่มีขนาดและความหนาใกล้เคียงกันมาอบพร้อมกันจะใด้ใช้เวลาใกล้เคียงกันในการอบ วางกระดาษกรองกาแฟทับด้านบน และวางจานอีกไปทับลงไป อุ่นไมโครเวฟ 1 นาที นำออกมาเปลี่ยนกระดาษกรองกาแฟแล้วทำซ้ำจนคุณได้ดอกไม้แห้ง


4. สารดูดความชื้น

ซิลิกาเจลเป็นสารดูดความชื้นที่นิยมใช้เพราะทำดอกไม้แห้งได้เร็ว แถมยังนำกลับไปใช้ซ้ำได้ ให้คุณหากล่องที่มีฝาปิด เทเจลลงไป ตัดก้านดอกไม้แล้วปักไปบนซิลิกาเจลก่อนที่จะเทเจลชนิดนี้ทับไปบนดอกไม้อีกชั้น สุดท้ายปิดฝาแล้วทิ้งไว้ในที่แห้ง

การทำดอกไม้แห้งวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน แต่ถ้าดอกไม้หนาก็อาจใช้เวลาถึง 1 อาทิตย์ ในส่วนของซิลิกาเจล เมื่อใช้เสร็จนำไปตากแดดจัดก็สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้แล้ว


5. การชุบเทียน

การทำดอกไม้แห้งวิธีนี้อาจยุ่งยากสักหน่อย แต่ดอกไม้ที่ได้จะสวยและมีความมันวาว ให้คุณใช้หม้อ 2 ขนาด โดยขนาดใหญ่ใส่น้ำ และขนาดเล็กใส่พาราฟินแว็กซ์อยู่ชั้นใน นำไปต้มที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ควรรักษาอุณหภูมินี้ตลอดการทำ

นำดอกไม้มาชุบโดยจับที่ก้าน เมื่อจุ่มเสร็จให้ยกดอกไม้ขึ้นมาทันที หากน้ำเทียนไม่เข้าถึงใจกลางดอกไม้ ให้คุณใช้ช้อนตักน้ำเทียนมาราดแล้วเทออก ผึ่งดอกไม้บนกระดาษไข เมื่อแห้งแล้วชุบก้านด้วยวิธีเดียวกัน

เมื่อได้ดอกไม้แห้งแล้ว คุณสามารถนำไปปักแจกันหรือใส่ภาชนะรูปทรงเก๋ๆ เพื่อตกแต่งบ้าน ก็จะได้บรรยากาศแบบบ้านสไตล์ยุโรป หรือคุณอาจนำไปทำสิ่งประดิษฐ์ เช่น เครื่องประดับซิลิโคน ปกหนังสือ ตกแต่งการ์ด หรือแม้กระทั่งใช้ตกแต่งทรงผมให้สวยหวานเป็นเจ้าสาวเลอโฉม


ดอกไม้สดในบ้าน เบิกบานจิตใจ

การตกแต่งบ้านด้วยดอกไม้สด ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือคุณได้บ้านที่สวย ดูดีมีบรรยากาศ แต่ประโยชน์แฝงก็คือ คุณได้ฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจผ่อนคลาย และพักจากสิ่งวุ่นวายที่ประดังเข้ามาในชีวิตประจำวันของคุณ เราอยากให้คุณนำวิธีเก็บดอกไม้สดไปใช้ดู แล้วคุณจะได้เสพความงามพร้อมชื่นชมดมดอกไม้สวยๆ ไปนานๆ

หน้า: [1] 2 3 ... 20





























































อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
ไม่รู้จะขายอะไรดี

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี

กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
ทำ SEO ติด Google
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด

โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย